สาระน่ารู้การทำงานของแผ่นพับเสียง

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87

วัสดุแผ่นซับเสียง มีอะไรบ้างที่นิยมกันในปัจจุบันนี้

แผ่นซับเสียง หรือวัสดุกันเสียง ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทที่เป็นไฟเบอร์ และเส้นใย อย่างเช่น ใยแก้ว และใยหิน ซึ่งจะมีความอ่อนนุ่มแต่ส่วนใหญ่จะไม่กันน้ำ อีกหนึ่งประเภทคือ วัสดุที่เป็นยาง หรือไวนิล จะมีผิวที่เรียบ ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาหากสัมผัสกับน้ำหรือของเหลว

แผ่นซับเสียงที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีหลายลักษณะ แบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ คือ

– แผ่นดูดซับเสียงที่พื้นผิวมากช่วยลดเสียงสะท้อน

– แผ่นดูดซับเสียงที่มีผิวปรุเป็นรู

– แผ่นดูดซับเสียงที่โปร่งเบาเป็นฝอยเป็นรูพรุน

– แผ่นดูดซับเสียงที่เป็นเยื่อแผ่น ผนังที่มีหลายชั้นกระจกสองชั้น

ถ้าจะถามว่าแผ่นซับเสียง  แผ่นกันเสียง และแผ่นเก็บเสียง แตกต่างกันหรือไม่ แผ่นซับเสียงและแผ่นเก็บเสียงใช้สำหรับ แก้ปัญหาเสียงก้อง และเสียงสะท้อนในห้องหรือในอาคาร การทำงานคือให้เสียงผ่านเข้ามาในฉนวนและดูดซับพลังงานเสียงนั้นเอาไว้ส่วนหนึ่ง เหมือนกับเราเอาฟองน้ำซับน้ำที่หกลงบนโต๊ะ แต่สำหรับแผ่นกันเสียงจะมีความแตกต่างตรงที่จะไม่ยอมให้เสียงผ่านไปได้ คล้ายกับการสาดน้ำใส่แผ่นพลาสติคที่น้ำจะกระเด็นกลับมา

แผ่นซับเสียงลักษณะต่างๆ ในการเลือกใช้ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากจะต้องคำนึงถึงการดูดซับเสียงสะท้อน ป้องกันเสียงไม่ให้ทะลุผ่าน ยังต้องควบคุมให้เสียงกระจายไปในทิศทางที่เหมาะสมกับการใช้งานอีกด้วย

ประกันชั้น 3+ คืออะไร ?

%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-3

การซื้อประกันภัยรถยนต์ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนอย่ามองข้าม เพราะว่าทุกครั้งที่เราขับรถนั้นควรนึกไว้เสมอว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นการซื้อประกันภัยไว้ก็ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมรูปแบบหนึ่ง และก็คงเป็นอีกเรื่องที่หลายคนกำลังกังวลอยู่เพราะไม่รู้จะทำอันไหนดี เดี๋ยวนี้บริษัทประกันภัยรถยนต์มีระดับประกันแตกต่างกันไปตั้งแต่ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง ไปจนถึงประกันชั้น 3+ แต่บางคนก็ยังไม่เข้าใจว่าประกันชั้น 3+ คืออะไรวันนี้เรามาดูกัน

ประกันชั้น 3+ คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 3 ที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมแยกต่างหากออกจากสัญญาหลักที่ให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อความเสียหาย ทรัพย์สินและชีวิต ร่างกายของบุคคลภายนอก คุ้มครองรถในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินบางอย่าง ซึ่งประกันชั้น 3+ นี้ถือว่าเป็นระดับประกันที่เกือบจะต่ำที่สุดแล้วครอบคลุมกรณีฉุกเฉินเป็นบางกรณีเท่านั้น แต่ว่ามีกรณีไหนบ้างเรามาดูกันค่ะ

-ประกันชั้น 3+ ครอบคลุมน้อยก็จริงแต่ก็แลกมาด้วยการจ่ายเบี้ยประกันน้อย จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ขับรถคล่องแล้วไม่ค่อยมีประวัติเฉี่ยวชน หรือเกิดอุบัติเหตุแบบนานๆ จะมีสักที ถ้าเป็นอีกกรณีหนึ่งถ้าหากผู้ใช้รถคนไหนยังไม่พร้อมเรื่องการเงินก็สามารถซื้อประกันชั้น 3+ ไปก่อนแล้วค่อยปรับเป็น 2+ ปีหน้าก็ได้

-สำหรับประกันชั้น 3+ ถ้าหากเป็นรถที่มีอายุการใช้งานนานแล้วตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือไม่ค่อยได้ใช้ส่วนใหญ่จอดทิ้งหรือขับไปที่ที่ใกล้บ้านเท่านั้น และที่สำคัญไม่ได้เป็นรถที่ติดแก็สทุกระบบ อย่าลืมว่าถ้ารถเกิดไฟไหม้ หรือระเบิดประกันจะไม่จ่าย

-หากเราตัดสินใจจะทำประกันชั้น 3+ แล้วต้องรู้ก่อนว่าครอบคลุมคุ้มครองกรณีไหนบ้าง อย่างแรกเลยก็คือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วเราเป็นฝ่ายผิดประกันชั้น 3+ จะรับผิดชอบคู่กรณีและรับผิดชอบเราด้วย

-สำหรับขอบเขตที่ ประกันชั้น 3+ ครอบคลุมนั้น มีอยู่อย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจก็คือ จะไม่ให้เคลมประกันอุบัติเหตุถ้าคู่กรณีของเรานั้นไม่ใช่ยานพาหนะทางบก อย่างเช่น ชนเสาไฟฟ้า ตกถนน ไฟไหม้ รถหายโดนหินกระแทกกระจกหน้าแตก  เป็นต้น กรณีเหล่านี้เคลมประกันชั้น 3+ ไม่ได้

เลือกถังเก็บน้ำยี่ห้อไหนดี

product-npi-379-953x285_c

หลายคนกำลังมองหาถังเก็บน้ำที่สามารถบรรจุได้หลายๆ ลิตร แต่ถังเก็บน้ำแบบไหนจะเหมาะกับการตั้งไว้ที่โรงงานขนาดใหญ่ๆ ล่ะ พูดถึงเเบรนด์ยี่ห้อของถังเก็บน้ำแล้วล่ะก็มันอาจจะช่วยให้การเลือกซื้อถังเก็บน้ำของคุณสามารถตัดสินใจง่ายขึ้นก็ได้นะคะ จริงๆ ถ้าถังเก็บน้ำไม่รั่วซึมมันก็จะอยู่กับคุณยาวๆ เป็นสิบปีอยู่เเล้วก็ได้ เราจึงอยากเเนะนำให้เลือกซื้อถังเก็บน้ำเเบรนด์ยี่ห้อที่รู้จักและคนส่วนใหญ่ใช้ เพราะทั่วๆ ไปแล้วถังเก็บน้ำที่คุณภาพต่ำ เน้นที่ราคาถูก อย่างถังเก็บน้ำบางชนิดที่นิยมใช้ในสมัยนี้จะเเอบผสมพลาสติกรีไซเคิล  เเละถังคุณภาพต่ำจะมีความหนาของถังที่น้อยเกินไปเเถมปริมาณของน้ำที่เก็บไม่ตรงตามขนาดที่บอก เช่น 2000 ลิตร เมื่อลองบรรจุน้ำใส่จริงได้เเค่ 1850 ลิตร ซึ่งในความเป็นจริงควรมีค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5% เลยเอามาขายในราคาที่ถูกกว่าได้ค่ะ

ส่วนรูปตัวอย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นข้างต้นนั้นเป็นถังเก็บน้ำ ถังเหล็กเคลือบขนาดใหญ่จากประเทศอังกฤษ ชื่อยี่ห้อว่า Permastore เป็นขนาดถังเก็บน้ำที่ใหญ่สุด สามารถบรรจุน้ำได้ถึง 25,000 ลูกบาศก์เมตร หรือ 25,000,000 ลิตร ถังเก็บน้ำ Permastore มีคุณสมบัติทนต่อความเป็นกรดด่างได้ดี เนื่องจากผ่านการเคลือบหลายขั้นตอน ด้วยเทคโนโลยีที่คิดค้นใหม่ๆ และเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ได้รับการตรวจสอบคุณภาพขั้นสูงสุดจากโรงงานผู้ผลิต ดังนั้น ถัง Permastore จึงสามารถใช้เป็นถังหมัก ในกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ หรือไบโอแก็ส (Biogas)ได้เป็นอย่างดี เพื่อการผลิตพลังงานทดแทน จากสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม หรือใช้เก็บผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ

ตรวจภูมิแพ้ให้รู้ไปเลยว่าแพ้อะไรกันแน่

cold_2

หลายคนที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว แต่ไม่ยอมไปตรวจสักทีว่า แพ้อะไรเนื่องจากกลัวที่จะยุ่งยาก เสียเวลา สุดท้ายเลยเลือกที่จะกินยาแก้แพ้เลยดีกว่า เห็นผลทันใจดี แต่นั่นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการทานยาแก้แพ้ คือแค่บรรเทาอาการเท่านั้นเมื่อผู้เป็นภูมิแพ้ไปเจอสูดดม หรือสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ ก็จะมีอาการภูมิแพ้เหมือนเดิม และก็จะกินยาเพื่อบรรเทาอาการอีก

เมื่อเพื่อนๆ รู้แล้วว่าตัวเองแพ้อะไรควรที่จะใส่ใจ ดูแลตัวเองให้มากๆ พยายามพาตัวเองออกมาจากสิ่งที่แพ้ให้มากที่สุด ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ค่อยรับประทานยาเมื่อมีอาการแค่นี้อาการก็จะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ใช่ว่าอาการภูมิแพ้จะหายโดยทันทีไม่กลับมาเป็นอีกเลย แต่เพื่อนๆ เพียงไม่ต้องมาคอยรับประทานยาทุกวัน ทุกเวลาเหมือนแต่ก่อนแค่นั้นค่ะ

โรคภูมิแพ้ถ้าเป็นแล้วเป็นโรคที่ไม่หายขาด แต่เป็นโรคที่มีความแปรปรวนในตัวเองสูง บางครั้งอาการอาจจะหายเกือบสนิท  แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ดูแลสุขภาพหรือมีสิ่งใดมากระทบอาการของภูมิแพ้ก็อาจจะกลับมาใหม่ได้ การทดสอบการแพ้ จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ในการดูแลตัวเองว่าเราแพ้หรือไม่แพ้อะไรเพื่อควบคุมอาการภูมิแพ้  เช่น ถ้าเรารู้ว่าแพ้ฝุ่น ซึ่งทำให้เรามีอาการหอบ เราจะได้เปลี่ยนแปลงและจัดการฝุ่นภายในบ้าน ภายในห้องนอนออกไป เมื่อมีสุขภาพภายนอกที่ดีแล้วเราจึงอยากแนะนำเพื่อนๆ ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพจากภายในด้วย เราจะได้มีสุขภาพที่ดีควบคู่จากภายในและภายนอกไปพร้อมๆ กัน

 

เลือกซื้อ Skin care อย่างไรให้ตรงกับผิว ?

seo-02

สาวๆหลายคนเป็นกังวลมาก กับปัญหาที่ว่า กลัวจะซื้อสกินแคร์ไม่ตรงกับสภาพผิว แล้วเราจะทำอย่างไรละ ไม่ต้องกังวลไปคับ วันนี้ www.nealsyardremedies.co.th  มีคำตอบมาให้สาวๆทุกคนแล้ว

อันดับแรก สาวๆ ต้องรู้จักสภาพผิวตัวเองก่อน (ได้บอกวิธีสังเกตผิวตัวเองแบบง่ายๆไปแล้ว) บางคนถามว่า ทำไมเราต้องรู้จักผิวเราด้วยละ ก็ในเมื่อที่เคาเตอร์เครื่องสำอางก็มีพนักงานขายคอยบริการเราอยู่แล้ว (เป็นคำถามที่ดีมาก) การที่เรารู้จักผิวตัวเองก่อนไปเลือกซื้อเครื่องสำอางเป็นการกระชับรายจ่ายของเราไปได้เยอะพอสมควร หรือที่เรียกว่า” งบไม่บานปลายนั่นเอง ” นอกจากนั้นเราก็ควรจะรู้ถึงปัญหาผิวที่เราต้องการจะแก้ไขด้วยจะได้บอกทางพนักงานขายถึงความต้องการของเราถูก ดังนั้นเมื่อเรารู้จักสภาพผิวและปัญหาที่อยากแก้ไขของเราแล้ว งบในการใช้จ่ายของเราก็จะกระชับขึ้นด้วย

ที่นี้เรามาดูวิธีเลือกซื้อสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวกันดีกว่า

  1. สำหรับสาวๆที่มีผิวธรรมดา ผิวชนิดนี้เป็นผิวที่น่าอิจฉามาก เพราะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อแบบไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อครีม ( cream ) หรือผลิตภัณฑ์เนื้อน้ำ
  2. สำหรับสาวๆที่มีผิวแห้ง ผิวชนิดนี้เป็นผิวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะเป็นผิวที่มีน้ำใต้ผิวน้อยมาก ฉะนั้นเนื้อสกินแคร์จึงควรจะต้องเป็นเนื้อครีม ( cream ) เพราะเป็นผิวที่ต้องการการบำรุงอย่างสูง สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างของผิวชนิดนี้ก็คือ เป็นผิวที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายแถมยังเป็นริ้วรอยเส้นเล็กๆ ทำให้เจ้าของผิวละเลยการเอาใจใส่ผิว รู้สึกตัวอีกทีก็เกิดเป็นริ้วรอยลึกเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว
  3. สำหรับสาวๆที่มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือที่เรียกว่าผิวผสมถึงผิวแห้งนั่นเอง ก็เป็นผิวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนกับสาวๆผิวแห้งสกินแคร์ ที่ใช้ก็ไม่แตกต่างจากสาวๆผิวแห้งเลย แต่ตอนกลางวันอนุโลมให้สำหรับบางคนที่กลัวหน้าบริเวณทีโซนจะมัน สามารถใช้สกินแคร์เนื้อน้ำ แต่กลางคืนก็ยังคงต้องใช้สกินแคร์เนื้อครีม ( cream ) เหมือนเดิม
  4. สำหรับสาวๆที่มีผิวมัน สำหรับผิวชนิดนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ เพราะมีน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วผิวชนิดนี้ก็ต้องการการดูแลเช่นกัน เพราะถ้าไม่ดูแลแล้วสาวๆผิวมันนี่แหละที่จะเจอกับปัญหาโลกแตกได้เลยก็ว่าได้ เพราะผิวชนิดนี้เป็นผิวที่เกิดการอุดตันและอักเสบบนชั้นผิวได้ง่ายมาก ดังนั้นเนื้อ สกินแคร์ก็ควรจะเป็นเนื้อน้ำ เท่านั้น ทำไมถึงต้องเป็นเนื้อน้ำเท่านั้นละ ก็เพราะผิวชนิดนี้มีปริมาณของน้ำมันที่ออกมาหล่อเลี้ยงผิวเยอะอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะใช้ สกินแคร์ เนื้อครีม ( cream ) เป็นตัวบำรุง เพราะอาจจะทำให้เกิดการเอ่อของครีมบนชั้นผิวและทำให้เกิดการอุดตันและอักเสบของผิวชั้นบนได้
  5. สำหรับสาวๆที่มีผิวธรรมดาถึงผิวมัน หรือที่เรียกว่าผิวผสมถึงผิวมัน ผิวชนิดนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับผิวมันเลย เพราะต้องดูแลทุกอย่างเหมือนสาวผิวมัน ดังนั้น สกินแคร์ ก็ควรจะเป็นเนื้อน้ำ แต่ก็อนุโลมสำหรับสาวๆบางคนที่อยากใช้ สกินแคร์ที่เป็นเนื้อครีม ( cream ) สามารถใช้ได้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้นนะคับ แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้ในปริมาณที่พอเหมาะกับผิวเท่านั้น อย่าพอกแล้วนอนนะคับ เพราะตื่นขึ้นมาสาวๆอาจจะเจอการอักเสบของผิวชั้นบนก็เป็นได้

เป็นไงสาวๆ การเลือก สกินแคร์ให้เหมาะกับผิวไม่ยากเลยใช่ไหมคับ ทีนี้สาวๆก็คงจะมั่นใจในการเลือกใช้ สกินแคร์ได้ด้วยตัวเองแล้วนะคับ

 

 

ทำไมเราต้องใช้ “เครื่องโหวต”

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-3

  • เครื่องโหวตสามารถประหยัดเวลา และดึงดูดให้เป็นมิตรกับสังคม
  • กระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมอบรม ในการตอบคำถามให้ตื่นตัวอยู่เสมอ
  • เครื่องโหวตรายงานและสรุปผลในรูปแบบไฟล์ Excel สามารถนำไปใช้ในงานอื่นๆ ได้
  • เพิ่มความสนุกและเพลิดเพลินในการตอบคำถาม
  • ได้รู้ผลคะแนนรวมของผู้ตอบคำถามได้อย่างทันทีแบบข้อต่อข้อ
  • จะได้ไม่เขินอายที่จะตอบคำถาม เพราะถ้าตอบผิดก็ไม่มีใครทราบ
  • สรุปผลการประเมินได้ทันที ว่าผู้เข้าร่วมอบรมตอบคำถามมีความเข้าใจในหัวข้อมากน้อยเพียงใด
  • เครื่องโหวตสามารถเช็คจำนวน และชื่อของผู้ตอบได้                                                                                                                                                                                                                           การเรียนการสอน

รูปแบบเดิม :บทเรียน เรียนไปเรื่อยๆ / อาย ไม่กล้าตอบคำถาม / ในที่สุดก็อาจจะเบื่อและทำให้ง่วง

รูปแบบเครื่องโหวต : มีเทคโนโลยีช่วย ทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจ / ดึงดูดให้สนใจกับการเรียน มีสมาธิมากขึ้น

การประชุม

รูปแบบเดิม :ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเกิดการกลัวในการตอบคำถาม เกรงใจประธานในที่ประชุม

รูปแบบเครื่องโหวต :ทุกคนกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น และทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้

ได้ข้อสรุปในที่ประชุมได้อย่างแท้จริง

เพื่อนๆ คงอยากสัมผัสกับเครื่องโหวตแล้วใช่ไหมคะว่ามันจะใช้งานง่ายและสนุกสนานขนาดไหน สำหรับผลิตภัณฑ์ของเราใน mychoice มีสินค้าเครื่องโหวตให้เลือกกันหลายรูปแบบ สามารถเข้าไปดูสินค้าของ mychoice ได้ที่นี่เลย www.mychoice.in.thแนะนำให้ผู้ใช้และผู้เข้าร่วมอบรมนำไปใช้ในที่ประชุมกันดูนะคะ ในที่ประชุม หรือสถานศึกษาคงได้ความคิดเห็นในรูปแบบใหม่ๆ กันบ้างไม่จำเจกับการต้องโต้แย้งตอบคำถามกันไปมา แค่มีเครื่องโหวตคนละเครื่องเท่านั้นแหละสนุกกับการตอบคำถามอย่างแน่นอน

 

มาดูกันซิว่าจะมีครีมบำรุงผิวหน้าตัวไหนที่สาวๆไม่ควรพลาด

01_96

  ครีมบำรุงผิวหน้า ถือได้ว่าเป็นเครื่องสำอางประจำตัวที่สาว ๆ จะขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว เพราะครีมพวกนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงมีใบหน้าที่สวยงามและดูดีขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ครีมบำรุงผิวหน้าพวกนี้จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สาว ๆ นิยมซื้อหามาไว้ใช้ติดตัวกันอยู่ตลอด แต่ทั้งนี้คุณสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเจอกับปัญหาประมาณว่าเลือกซื้อไม่ถูกบ้าง หรือไม่ก็ราคาแพงเกินไปบ้าง นั่นอาจจะเป็นเพราะหลาย ๆ คนยังไม่รู้ว่าครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกและดีนั้นยังมีอยู่ในโลก ซึ่งวันนี้ www.jaenote.com ก็ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณสาว ๆ ดูกันแล้วค่ะ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  1. Olay Total Effects Day Cream Normal

ครีมบำรุงผิวหน้าตัวนี้เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวที่สามารถบำรุงผิวพร้อม ๆ กับลดเลือนริ้วรอยได้ภายในตัวเดียวกัน และถึงแม้จะมีเนื้อครีมข้น ๆ แต่พูดเลยว่าไม่หนักหน้า แถมยังซึมเข้าสู่ผิวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

  1. Smooth-E White Baby Face Serum

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาครีมสำหรับบำรุงผิวพร้อม ๆ กับดูแลเรื่องรอยกระ ฝ้า ต้องห้ามพลาดตัวนี้เลยค่ะ เพราะครีมตัวนี้จะมีส่วนผสมของยารักษาฝ้าด้วย เรียกได้ว่าใครที่มีปัญหาฝ้าขึ้นบนใบหน้า ใช้ครีมตัวนี้เพียงไม่นานก็จะเห็นผลเลยว่ารอยฝ้าจะจางลงอย่างชัดเจน

  1. Smooth-E Gold Cream

หนึ่งในตัวเทพของครีมลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับใบหน้า เรียกได้ว่าเป็นครีมอีกตัวหนึ่งที่สามารถช่วยลดเลือนจุดหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัยต่าง ๆ ได้ดี พูดเลยว่าใช้แค่ไม่กี่สัปดาห์หน้านี่เด้งเชียวค่ะ