การเลือกหอพักแถวรังสิตให้ถูกวิธี

%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95-1

ในการปักหมุดเลือกทำเลทองจับจองหอพักที่ประเสริฐที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้! การเลือกหอพักทั้งที มันก็ต้องเลือกให้ดี เพราะเราไม่ได้มีเวลาว่างมากพอหรือมีแรงเหลือๆที่จะมาย้ายเข้าย้ายออกหอพักได้บ่อยๆ อีกทั้งการย้ายไปมา ค่าใช้จ่ายก็เกิด ถูกไหม? เรามาดูกันดีกว่าจะเลือกหอพักอย่างไรดี ที่สำคัญที่หนีไม่พ้นน่าจะเป็นเรื่องของการดูสถานที่ตั้งก่อน หากว่าเรากำลังเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยรังสิต เวลาเลือกหอพักก็ควรเลือก หอพักใกล้ หอพักแถวรังสิต แต่อย่าเลือกที่มันอยู่ในหลืบ ในรู เพราะการเดินทางมันจะลำบากให้เลือกเอาแบบที่เดินมาเรียนได้ หรือไม่ก็เลือกให้มีการเดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาทีจากหอพักมาถึงมหาวิทยาลัย

ต่อมาเราคงต้องนึกถึงในเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้หญิง ควรคำนึงถึงข้อนี้ให้มากๆ เพราะด้วยหอพักบางที่ไม่มียามรักษาความปลอดภัย แต่บางหอพักก็น่ารัก มียามรักษาความปลอดภัย แต่พอตกดึกก็ต้องดูด้วยว่า ยามหลับ..หลับยาม หรือเปล่า!! เพราะมันจะค่อนข้างอันตรายมากเลยทีเดียว ที่สำคัญอย่าไปปักหมุดเลือกหอที่อยู่ใกล้ๆกับสถานบันเทิง แหล่งเริงรมย์ เหตุผลจริงๆคือมันอันตรายเพราะว่าคนเมาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ สิตต่อให้มีอาจจะมีน้อยด้วยซ้ำไป สถานที่แบบนั้นมีแต่คนที่เป็นทาสแอลกอฮอล์ ไว้ใจไม่ได้ค่ะ เลี่ยงได้จะเริ่ดมากค่ะ

%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95

ต่อมาเวลาเลือกห้องกรุณาอย่าเลือกชั้นบนสุด อย่าอินดี้ว่าอยากอยู่สูงๆสงบๆ เพราะจุดจบอาจไม่สวย เพราะอะไรน่ะหรอ ลองแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์สิคะ แดดเมืองไทยเนี่ยคือที่สุดนะคะ เวลาเที่ยววัน ดวงตะวันทับหัว อาจร้อนตับแล่บได้ค่ะ !! หรือถ้าขาดความอบอุ่นจะลองก็ได้นะคะ น้องก็จะได้สิทธิพิเศษจากเจ้าของหอพักด้วยการ ซาวน์น่าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเลยละคะ

จะใช้ครีมหน้าขาวอย่างไรให้ถูกหลักเบื้องต้น

sokuherbal

การใช้ครีมหน้าขาวของแต่ละคนนั้นต่างก็มีวิธีการทาครีมบำรุงหน้าขาวที่แตกต่างกันไป และในปัญหาที่หลาย ๆ คนสงสัยนั้น ก็คือ ทำไมผลลัพธ์ของการใช้ครีมชนิดเดียวกัน ทำไมถึงไม่เหมือนกันหรือมีความแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อเราทำตามคนอื่นก็ไม่ได้มีผลลัพธ์เหมือนคนอื่น แต่ผลนั้นกลับยิ่งดีขึ้นด้วยซ้ำ ลองมาเริ่มต้นกันถึงขั้นตอนก่อนนะ

เริ่มแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องของการล้างหน้าและการทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ เพราะเป็นการปรับให้ผิวหน้าพร้อมรับการบำรุง หากเราล้างไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้ผิวหน้าของเราสูญเสียความชุ่มชื้นไป ดังนั้น การบำรุงหน้าด้วยการทาครีมหน้าขาว หลังการล้างหน้า และทำความสะอาดผิวหน้าแล้ว จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะ ผิวหน้าจะตอบรับ หรือพร้อมในการรับสารบำรุงต่าง ๆ ในครีมได้ดี

สิ่งที่ควรต้องระวังคงหนีไม่พ้นเรื่องของการล้างหน้า ไม่ควรใช้เวลามากเกินไป เพราะจะทำให้เซลล์ผิวหน้าสัมผัสกับสารคลอรีนที่ผสมมาในน้ำประปานั้น ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดผลดีกับผิวหน้าเราอย่างแน่นอน และควรล้างหน้าแค่อุณหภูมิของน้ำควรอุ่นแต่พอดี กำลังดี ไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำร้อน เพราะความร้อนที่มากเกินไปนั้น จะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยได้

อีกทั้งการล้างหน้าอย่างเบามือ เพิ่มความนุ่มนวลในการล้างหน้า ด้วยการค่อย ๆ ลูบไล้เจล โฟม สบู่ล้างหน้าเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า เมื่อล้างเสร็จจึงค่อยๆซับหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนู จะช่วยทำให้ผิวหน้าไม่หยาบกร้าน หากเช็ดถูใบหน้าจะทำให้ผิวหน้าเกิดความหยาบกร้านได้

ไม่ยากเลยใช่มั้ยค่ะเพียงหากเราทำเบื้องต้นแบบนี้ได้ หน้าเราก็จะรองรับการทาครีม ถ้าหากจะแพ้ครีมหน้าขาวนั้น อาจจะเกิดจากการแพ้สารเคมีบางชนิดเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ะคนด้วยค่ะ

สาระน่ารู้การทำงานของแผ่นพับเสียง

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87

วัสดุแผ่นซับเสียง มีอะไรบ้างที่นิยมกันในปัจจุบันนี้

แผ่นซับเสียง หรือวัสดุกันเสียง ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทที่เป็นไฟเบอร์ และเส้นใย อย่างเช่น ใยแก้ว และใยหิน ซึ่งจะมีความอ่อนนุ่มแต่ส่วนใหญ่จะไม่กันน้ำ อีกหนึ่งประเภทคือ วัสดุที่เป็นยาง หรือไวนิล จะมีผิวที่เรียบ ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาหากสัมผัสกับน้ำหรือของเหลว

แผ่นซับเสียงที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีหลายลักษณะ แบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ คือ

– แผ่นดูดซับเสียงที่พื้นผิวมากช่วยลดเสียงสะท้อน

– แผ่นดูดซับเสียงที่มีผิวปรุเป็นรู

– แผ่นดูดซับเสียงที่โปร่งเบาเป็นฝอยเป็นรูพรุน

– แผ่นดูดซับเสียงที่เป็นเยื่อแผ่น ผนังที่มีหลายชั้นกระจกสองชั้น

ถ้าจะถามว่าแผ่นซับเสียง  แผ่นกันเสียง และแผ่นเก็บเสียง แตกต่างกันหรือไม่ แผ่นซับเสียงและแผ่นเก็บเสียงใช้สำหรับ แก้ปัญหาเสียงก้อง และเสียงสะท้อนในห้องหรือในอาคาร การทำงานคือให้เสียงผ่านเข้ามาในฉนวนและดูดซับพลังงานเสียงนั้นเอาไว้ส่วนหนึ่ง เหมือนกับเราเอาฟองน้ำซับน้ำที่หกลงบนโต๊ะ แต่สำหรับแผ่นกันเสียงจะมีความแตกต่างตรงที่จะไม่ยอมให้เสียงผ่านไปได้ คล้ายกับการสาดน้ำใส่แผ่นพลาสติคที่น้ำจะกระเด็นกลับมา

แผ่นซับเสียงลักษณะต่างๆ ในการเลือกใช้ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากจะต้องคำนึงถึงการดูดซับเสียงสะท้อน ป้องกันเสียงไม่ให้ทะลุผ่าน ยังต้องควบคุมให้เสียงกระจายไปในทิศทางที่เหมาะสมกับการใช้งานอีกด้วย

ประกันชั้น 3+ คืออะไร ?

%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-3

การซื้อประกันภัยรถยนต์ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนอย่ามองข้าม เพราะว่าทุกครั้งที่เราขับรถนั้นควรนึกไว้เสมอว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นการซื้อประกันภัยไว้ก็ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมรูปแบบหนึ่ง และก็คงเป็นอีกเรื่องที่หลายคนกำลังกังวลอยู่เพราะไม่รู้จะทำอันไหนดี เดี๋ยวนี้บริษัทประกันภัยรถยนต์มีระดับประกันแตกต่างกันไปตั้งแต่ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง ไปจนถึงประกันชั้น 3+ แต่บางคนก็ยังไม่เข้าใจว่าประกันชั้น 3+ คืออะไรวันนี้เรามาดูกัน

ประกันชั้น 3+ คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 3 ที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมแยกต่างหากออกจากสัญญาหลักที่ให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อความเสียหาย ทรัพย์สินและชีวิต ร่างกายของบุคคลภายนอก คุ้มครองรถในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินบางอย่าง ซึ่งประกันชั้น 3+ นี้ถือว่าเป็นระดับประกันที่เกือบจะต่ำที่สุดแล้วครอบคลุมกรณีฉุกเฉินเป็นบางกรณีเท่านั้น แต่ว่ามีกรณีไหนบ้างเรามาดูกันค่ะ

-ประกันชั้น 3+ ครอบคลุมน้อยก็จริงแต่ก็แลกมาด้วยการจ่ายเบี้ยประกันน้อย จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ขับรถคล่องแล้วไม่ค่อยมีประวัติเฉี่ยวชน หรือเกิดอุบัติเหตุแบบนานๆ จะมีสักที ถ้าเป็นอีกกรณีหนึ่งถ้าหากผู้ใช้รถคนไหนยังไม่พร้อมเรื่องการเงินก็สามารถซื้อประกันชั้น 3+ ไปก่อนแล้วค่อยปรับเป็น 2+ ปีหน้าก็ได้

-สำหรับประกันชั้น 3+ ถ้าหากเป็นรถที่มีอายุการใช้งานนานแล้วตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือไม่ค่อยได้ใช้ส่วนใหญ่จอดทิ้งหรือขับไปที่ที่ใกล้บ้านเท่านั้น และที่สำคัญไม่ได้เป็นรถที่ติดแก็สทุกระบบ อย่าลืมว่าถ้ารถเกิดไฟไหม้ หรือระเบิดประกันจะไม่จ่าย

-หากเราตัดสินใจจะทำประกันชั้น 3+ แล้วต้องรู้ก่อนว่าครอบคลุมคุ้มครองกรณีไหนบ้าง อย่างแรกเลยก็คือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วเราเป็นฝ่ายผิดประกันชั้น 3+ จะรับผิดชอบคู่กรณีและรับผิดชอบเราด้วย

-สำหรับขอบเขตที่ ประกันชั้น 3+ ครอบคลุมนั้น มีอยู่อย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจก็คือ จะไม่ให้เคลมประกันอุบัติเหตุถ้าคู่กรณีของเรานั้นไม่ใช่ยานพาหนะทางบก อย่างเช่น ชนเสาไฟฟ้า ตกถนน ไฟไหม้ รถหายโดนหินกระแทกกระจกหน้าแตก  เป็นต้น กรณีเหล่านี้เคลมประกันชั้น 3+ ไม่ได้

เลือกถังเก็บน้ำยี่ห้อไหนดี

product-npi-379-953x285_c

หลายคนกำลังมองหาถังเก็บน้ำที่สามารถบรรจุได้หลายๆ ลิตร แต่ถังเก็บน้ำแบบไหนจะเหมาะกับการตั้งไว้ที่โรงงานขนาดใหญ่ๆ ล่ะ พูดถึงเเบรนด์ยี่ห้อของถังเก็บน้ำแล้วล่ะก็มันอาจจะช่วยให้การเลือกซื้อถังเก็บน้ำของคุณสามารถตัดสินใจง่ายขึ้นก็ได้นะคะ จริงๆ ถ้าถังเก็บน้ำไม่รั่วซึมมันก็จะอยู่กับคุณยาวๆ เป็นสิบปีอยู่เเล้วก็ได้ เราจึงอยากเเนะนำให้เลือกซื้อถังเก็บน้ำเเบรนด์ยี่ห้อที่รู้จักและคนส่วนใหญ่ใช้ เพราะทั่วๆ ไปแล้วถังเก็บน้ำที่คุณภาพต่ำ เน้นที่ราคาถูก อย่างถังเก็บน้ำบางชนิดที่นิยมใช้ในสมัยนี้จะเเอบผสมพลาสติกรีไซเคิล  เเละถังคุณภาพต่ำจะมีความหนาของถังที่น้อยเกินไปเเถมปริมาณของน้ำที่เก็บไม่ตรงตามขนาดที่บอก เช่น 2000 ลิตร เมื่อลองบรรจุน้ำใส่จริงได้เเค่ 1850 ลิตร ซึ่งในความเป็นจริงควรมีค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5% เลยเอามาขายในราคาที่ถูกกว่าได้ค่ะ

ส่วนรูปตัวอย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นข้างต้นนั้นเป็นถังเก็บน้ำ ถังเหล็กเคลือบขนาดใหญ่จากประเทศอังกฤษ ชื่อยี่ห้อว่า Permastore เป็นขนาดถังเก็บน้ำที่ใหญ่สุด สามารถบรรจุน้ำได้ถึง 25,000 ลูกบาศก์เมตร หรือ 25,000,000 ลิตร ถังเก็บน้ำ Permastore มีคุณสมบัติทนต่อความเป็นกรดด่างได้ดี เนื่องจากผ่านการเคลือบหลายขั้นตอน ด้วยเทคโนโลยีที่คิดค้นใหม่ๆ และเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ได้รับการตรวจสอบคุณภาพขั้นสูงสุดจากโรงงานผู้ผลิต ดังนั้น ถัง Permastore จึงสามารถใช้เป็นถังหมัก ในกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ หรือไบโอแก็ส (Biogas)ได้เป็นอย่างดี เพื่อการผลิตพลังงานทดแทน จากสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม หรือใช้เก็บผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ

ตรวจภูมิแพ้ให้รู้ไปเลยว่าแพ้อะไรกันแน่

cold_2

หลายคนที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว แต่ไม่ยอมไปตรวจสักทีว่า แพ้อะไรเนื่องจากกลัวที่จะยุ่งยาก เสียเวลา สุดท้ายเลยเลือกที่จะกินยาแก้แพ้เลยดีกว่า เห็นผลทันใจดี แต่นั่นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการทานยาแก้แพ้ คือแค่บรรเทาอาการเท่านั้นเมื่อผู้เป็นภูมิแพ้ไปเจอสูดดม หรือสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ ก็จะมีอาการภูมิแพ้เหมือนเดิม และก็จะกินยาเพื่อบรรเทาอาการอีก

เมื่อเพื่อนๆ รู้แล้วว่าตัวเองแพ้อะไรควรที่จะใส่ใจ ดูแลตัวเองให้มากๆ พยายามพาตัวเองออกมาจากสิ่งที่แพ้ให้มากที่สุด ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ค่อยรับประทานยาเมื่อมีอาการแค่นี้อาการก็จะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ใช่ว่าอาการภูมิแพ้จะหายโดยทันทีไม่กลับมาเป็นอีกเลย แต่เพื่อนๆ เพียงไม่ต้องมาคอยรับประทานยาทุกวัน ทุกเวลาเหมือนแต่ก่อนแค่นั้นค่ะ

โรคภูมิแพ้ถ้าเป็นแล้วเป็นโรคที่ไม่หายขาด แต่เป็นโรคที่มีความแปรปรวนในตัวเองสูง บางครั้งอาการอาจจะหายเกือบสนิท  แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ดูแลสุขภาพหรือมีสิ่งใดมากระทบอาการของภูมิแพ้ก็อาจจะกลับมาใหม่ได้ การทดสอบการแพ้ จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ในการดูแลตัวเองว่าเราแพ้หรือไม่แพ้อะไรเพื่อควบคุมอาการภูมิแพ้  เช่น ถ้าเรารู้ว่าแพ้ฝุ่น ซึ่งทำให้เรามีอาการหอบ เราจะได้เปลี่ยนแปลงและจัดการฝุ่นภายในบ้าน ภายในห้องนอนออกไป เมื่อมีสุขภาพภายนอกที่ดีแล้วเราจึงอยากแนะนำเพื่อนๆ ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพจากภายในด้วย เราจะได้มีสุขภาพที่ดีควบคู่จากภายในและภายนอกไปพร้อมๆ กัน

 

เลือกซื้อ Skin care อย่างไรให้ตรงกับผิว ?

seo-02

สาวๆหลายคนเป็นกังวลมาก กับปัญหาที่ว่า กลัวจะซื้อสกินแคร์ไม่ตรงกับสภาพผิว แล้วเราจะทำอย่างไรละ ไม่ต้องกังวลไปคับ วันนี้ www.nealsyardremedies.co.th  มีคำตอบมาให้สาวๆทุกคนแล้ว

อันดับแรก สาวๆ ต้องรู้จักสภาพผิวตัวเองก่อน (ได้บอกวิธีสังเกตผิวตัวเองแบบง่ายๆไปแล้ว) บางคนถามว่า ทำไมเราต้องรู้จักผิวเราด้วยละ ก็ในเมื่อที่เคาเตอร์เครื่องสำอางก็มีพนักงานขายคอยบริการเราอยู่แล้ว (เป็นคำถามที่ดีมาก) การที่เรารู้จักผิวตัวเองก่อนไปเลือกซื้อเครื่องสำอางเป็นการกระชับรายจ่ายของเราไปได้เยอะพอสมควร หรือที่เรียกว่า” งบไม่บานปลายนั่นเอง ” นอกจากนั้นเราก็ควรจะรู้ถึงปัญหาผิวที่เราต้องการจะแก้ไขด้วยจะได้บอกทางพนักงานขายถึงความต้องการของเราถูก ดังนั้นเมื่อเรารู้จักสภาพผิวและปัญหาที่อยากแก้ไขของเราแล้ว งบในการใช้จ่ายของเราก็จะกระชับขึ้นด้วย

ที่นี้เรามาดูวิธีเลือกซื้อสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวกันดีกว่า

  1. สำหรับสาวๆที่มีผิวธรรมดา ผิวชนิดนี้เป็นผิวที่น่าอิจฉามาก เพราะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อแบบไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อครีม ( cream ) หรือผลิตภัณฑ์เนื้อน้ำ
  2. สำหรับสาวๆที่มีผิวแห้ง ผิวชนิดนี้เป็นผิวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะเป็นผิวที่มีน้ำใต้ผิวน้อยมาก ฉะนั้นเนื้อสกินแคร์จึงควรจะต้องเป็นเนื้อครีม ( cream ) เพราะเป็นผิวที่ต้องการการบำรุงอย่างสูง สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างของผิวชนิดนี้ก็คือ เป็นผิวที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายแถมยังเป็นริ้วรอยเส้นเล็กๆ ทำให้เจ้าของผิวละเลยการเอาใจใส่ผิว รู้สึกตัวอีกทีก็เกิดเป็นริ้วรอยลึกเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว
  3. สำหรับสาวๆที่มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือที่เรียกว่าผิวผสมถึงผิวแห้งนั่นเอง ก็เป็นผิวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนกับสาวๆผิวแห้งสกินแคร์ ที่ใช้ก็ไม่แตกต่างจากสาวๆผิวแห้งเลย แต่ตอนกลางวันอนุโลมให้สำหรับบางคนที่กลัวหน้าบริเวณทีโซนจะมัน สามารถใช้สกินแคร์เนื้อน้ำ แต่กลางคืนก็ยังคงต้องใช้สกินแคร์เนื้อครีม ( cream ) เหมือนเดิม
  4. สำหรับสาวๆที่มีผิวมัน สำหรับผิวชนิดนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ เพราะมีน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วผิวชนิดนี้ก็ต้องการการดูแลเช่นกัน เพราะถ้าไม่ดูแลแล้วสาวๆผิวมันนี่แหละที่จะเจอกับปัญหาโลกแตกได้เลยก็ว่าได้ เพราะผิวชนิดนี้เป็นผิวที่เกิดการอุดตันและอักเสบบนชั้นผิวได้ง่ายมาก ดังนั้นเนื้อ สกินแคร์ก็ควรจะเป็นเนื้อน้ำ เท่านั้น ทำไมถึงต้องเป็นเนื้อน้ำเท่านั้นละ ก็เพราะผิวชนิดนี้มีปริมาณของน้ำมันที่ออกมาหล่อเลี้ยงผิวเยอะอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะใช้ สกินแคร์ เนื้อครีม ( cream ) เป็นตัวบำรุง เพราะอาจจะทำให้เกิดการเอ่อของครีมบนชั้นผิวและทำให้เกิดการอุดตันและอักเสบของผิวชั้นบนได้
  5. สำหรับสาวๆที่มีผิวธรรมดาถึงผิวมัน หรือที่เรียกว่าผิวผสมถึงผิวมัน ผิวชนิดนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับผิวมันเลย เพราะต้องดูแลทุกอย่างเหมือนสาวผิวมัน ดังนั้น สกินแคร์ ก็ควรจะเป็นเนื้อน้ำ แต่ก็อนุโลมสำหรับสาวๆบางคนที่อยากใช้ สกินแคร์ที่เป็นเนื้อครีม ( cream ) สามารถใช้ได้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้นนะคับ แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้ในปริมาณที่พอเหมาะกับผิวเท่านั้น อย่าพอกแล้วนอนนะคับ เพราะตื่นขึ้นมาสาวๆอาจจะเจอการอักเสบของผิวชั้นบนก็เป็นได้

เป็นไงสาวๆ การเลือก สกินแคร์ให้เหมาะกับผิวไม่ยากเลยใช่ไหมคับ ทีนี้สาวๆก็คงจะมั่นใจในการเลือกใช้ สกินแคร์ได้ด้วยตัวเองแล้วนะคับ